บทที่ 6 การดิ้นรนของคนสวมร่าง
“ขึ้นมาสิ”
เจียงรั่วอี้หันขวับมองเห็นว่าเขากำลังมองตนอยู่
“ท่านจะไปส่งข้าหรือ?”
ไป๋ซีห่าวพยักหน้า
รอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้าทันที เจียงรั่วอี้ก้าวเร็ว ๆ มายืนหน้าบานประตูหลังเขาหย่อนตัวนั่งแล้วจึงก้าวตามขึ้นไป
คนขับรถม้า“...”
คุณชายยอมให้คนอื่นนั่งรถม้าด้วย! แถมอีกฝ่ายยังเป็นคุณหนูเจียงผู้ชั่วร้ายคนนั้นอีก!!
“มัวชักช้าอะไรอยู่รีบออกรถสิ”
คนขับรถม้าสะดุ้งรับเอ่ยตอบ“ขอรับ!”
รถม้าเคลื่อนตัวจากจุดเดิมออกมาได้สักพักเจียงรั่วอี้จึงขยับปากเอ่ยเพื่อทำลายความเงียบ“ท่านชื่ออะไรหรือ ขอบใจมากนะที่ฟังคำขอร้องของข้า”
ท่าทางของนางเต็มไปด้วยบรรยากาศเย็น
ชายหนุ่มมองพิจารณาสตรีตรงหน้านิ่ง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าคล้าย แถมบรรยากาศรอบกายยังไม่ชวนอึดอัดเหมือนครานั้น
เจียงรั่วอี้เห็นว่าเขาเอาแต่จ้องตนไม่พูดอะไรรอยยิ้มจึงค่อยๆ หายไปจากใบหน้า
“เอ่อ...ข้าทำให้ท่านอึดอัดใช่หรือไม่ ? ข้าก็พอจะรู้ตัวอยู่ว่าไม่ค่อยมีใครต้อนรับข้า ถึงอย่างนั้นข้าก็ดีใจที่ท่านยอมช่วยเหลือข้านะ และจะยิ่งดีใจมากหากท่านส่งข้าจนถึงปลายทาง”หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย
งื้อออ อีกฝ่ายคงไม่ได้กำลังนึกเสียใจที่ยอมให้เธอขึ้นรถมาใช่ไหมถึงได้เงียบไม่ยอมพูดอะไรเลยนะ แต่จะมานึกเสียใจแล้วไล่ลงตอนนี้ไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นเธอคงได้เดินไปบ้านตระกูลหลานที่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของที่นี่เพราะหารถม้าไม่ได้แน่ ๆ
“ข้าไม่ไล่ไม่ต้องกังวล”
“จริงหรือ ? ท่านไม่ได้กำลังคิดว่าจะไล่ข้าลงไปจริง ๆ ใช่ไหม?”
ดวงตาเป็นประกายเงยขึ้นสบตา
“...อืม”ไป๋ซีห่าวพยักหน้ารับหันหน้าหนี
เจียงรั่วอี้เห็นว่าเขาไม่มีความคิดจะไล่ตนลงไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าจึงไม่เศร้าหมอง มองเขาดีขึ้นมาอีกหน่อย
“ในเมื่อท่านไม่คิดไล่ข้าแล้ว ท่านพอจะช่วยบอกชื่อของท่านกับข้าได้หรือไม่ ข้าจะได้ตอบแทนท่านถูก”
อีกฝ่ายมองมาอย่างไม่เข้าใจ
ทำไมมองเธอย่างนี้ละหรือว่าเจ้าของร่างกับเขารู้จักกันมาก่อน ?
เจียงรั่วอี้นิ่งคิด หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน ยกมือขึ้นจับคางเหลือบตามองเขาแล้วดึงสายตากลับมา
ไม่มีคนคนนี้ในความทรงจำเลยแฮะ แถมสถานการณ์นี้ก็ไม่มีอยู่ในนิยายด้วย อาจจะเพราะเธอไม่ได้เล่นตามบท ถ้าอย่างนั้นแล้วชายคนนี้เป็นใครละ
“เจ้าจำไม่ได้จริง ๆ หรือ?”
“จำ จำอะไรได้?”
“ชื่อข้า”
“...”
“ชื่อข้าไป๋ซีห่าว”
เจียงรั่วอี้เบิกตากว้าง
ไป๋ซีห่าว! ตัวละครรองที่ชาวเน็ตชื่นชมและอยากได้มาเป็นสามีมากที่สุด พ่อหนุ่มมาดนิ่ง เก่งกาจเย็นชา!
คนตรงหน้าคือไป๋ซีห่าวคนนั้นเหรอ! แล้วไป๋ซีห่าวมารู้จักเจียงรั่วอี้ได้ยังไง ในนิยายไม่มีบทบรรยายไหนบอกว่าทั้งสองคนรู้จักกันเลยนะ แถมยังไม่มีพูดถึงความสัมพันธ์ของสองตระกูลด้วย แล้วทำไม ทำไมคนตรงหน้าถึงทำเหมือนเจ้าของร่างกับเขารู้จักกันเป็นอย่างดี
“เอ่อ..คือว่า”
“ถึงแล้วล่ะ”
ยังไม่ทันได้เอ่ยถามชายหนุ่มก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
เธอยังอยากถามเรื่องที่สงสัยอยู่เลยแต่สถานการณ์กลับไม่เป็นใจ
เอาไว้หาของไปตอบแทนเขาได้ก่อนค่อยถามก็แล้วกัน ถึงจะไม่รู้ว่าเธอในตอนนี้พอจะมีอะไรสามารถสอบแทนคุณชายตระกูลสูงศักดิ์อย่างเขาได้หรือเปล่าก็เถอะ
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะ ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือ ข้าจะพยายามตอบแทนน้ำใจในครั้งนี้ของท่านให้ได้ ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม”ว่าพร้อมลุกขึ้นก้าวลงจากรถม้า
“เดี๋ยว”
“อะไรหรือ ?”มองป้ายแผ่นเล็กที่ยื่นมาตรงหน้า
“เมื่อใดที่เจ้าคิดจะตอบแทนให้มาที่บ้านข้า ถึงเจ้าอาจจะจำไม่ได้แล้วแต่จวนตระกูลไป๋หาไม่ยาก”
เจียงรั่วอี้หยิบแผ่นป้ายมาถือ รู้สึกสงสัยในคำพูดของเขา ถึงกระนั้นก็ยังเอ่ยออกมาว่า“ขอบใจมากนะ เดินทางดี ๆ ล่ะ”เจียงรั่วอี้โบกมือบาย ๆ รถม้าที่เคลื่อนตัวห่างออกไป
หญิงสาวถอนหายใจยาวหันหน้าเข้าหาบานประตูสูงใหญ่
“ข้ามาพบคุณหนูหลานหมิงหมิง ไม่ทราบว่านางอยู่หรือไม่”
